พระธรรมเทศนา

พระธรรมเทศนา สำหรับผู้เริ่มต้น

 

เริ่มต้นการปฏิบัติภาวนา จนถึง วิถีทางแห่งความรู้แจ้ง

CD ณ ศาลากาญจนาภิเษก แผ่น 1 - 65

 

ครั้งที่ 65
วันอาทิตย์ที่ 16 มีนาคม 2557

ครั้งที่ 64
วันอาทิตย์ที่ 15 ธันวาคม 2556

ครั้งที่ 63
วันอาทิตย์ที่ 17 พฤศจิกายน 2556

ครั้งที่ 62
วันอาทิตย์ที่ 15 กันยายน 2556



CD MP3 ณ วัดสวนสันติธรรม แผ่น 31 - 053

 

แผ่นที่ 053

แผ่นที่ 052

แผ่นที่ 051

แผ่นที่ 050



พระธรรมเทศนา ณ สถานที่รับนิมนต์ต่างๆ

 

วัดสวนดอก จ.เชียงใหม่
วันที่ 23 มีนาคม 2557

ฐณิชาฌ์ เฮลท์ตี้ รีสอร์ท อัมพวา จ.สมุทรสงคราม
วันที่ 30 มีนาคม 2556

วัดพระธาตุโกฏิแก้ว จ.เชียงราย
วันที่ 22 มีนาคม 2557

อาคารอามิโก สี่พระยา
วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2557

หนังสือ
การเดินทางเพื่อไปให้ถึงจุดหมาย
ต้องทำการศึกษาเส้นทางให้เข้าใจ รวมทั้ง
จัดเตรียมเสบียงและสัมภาระที่จำเป็นต้อง
ใช้ในการเดินทางให้เรียบร้อยเสียก่อน

การปฏิบัติธรรมก็เช่นเดียวกัน ที่จำเป็นต้อง
มีความรู้พื้นฐานและเข้าใจทั้งหลักการ
และวิธีการทั้งหมด ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงจุดสุดท้าย
Becoming a separate and unbiased observer,
we come to see the body and mind as they really are.
This is the essence of Vipassana meditation.
เฝ้าดูลงไปในกายนี้ มีแต่อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
ในจิตนี้ก็มีแต่อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
ถ้าเราดูได้ ใจยอมรับความจริงได้เมื่อใด
ก็เรียกว่าเราได้ดวงตาเห็นธรรม
คือเรารู้ความจริงว่าทุกอย่างในชีวิตเราชั่วคราวไปหมด
ถ้ายอมรับได้ว่าทุกอย่างในชีวิตเราชั่วคราว
ความทุกข์จะหายไปเยอะเลย พระโสดาบันไม่ได้เห็นอะไรมาก
พระโสดาบันท่านเห็นแค่ว่า ทุกอย่างมันชั่วคราว
สิ่งใดเกิด สิ่งนั้นก็ดับไป แล้วหลังจากนั้นก็ภาวนาให้มากขึ้นๆ ไป
จนปัญญามันมากขึ้นไปอีก มันจะเห็นว่า
กายนี้ จิตใจนี้ มีแต่ทุกข์ล้วนๆ ไม่ใช่ของดีของวิเศษ
หลวงพ่อไม่เห็นกรรมฐานใดอัศจรรย์เหมือนอานาปานสติ
ลึกล้ำจนถึงขนาดยอมรับเต็มปากเต็มคำเต็มหัวใจเลย
ว่าเป็นกรรมฐานของพระมหาบุรุษ
ไม่ใช่กรรมฐานที่คนทั่วๆ ไปจะทำได้ชำนิชำนาญ
ทีนี้พวกเราทำไม่ได้ทั้งหมด เราก็เลือกเอาส่วนที่ทำได้
หายใจแล้วรู้สึกตัวไป หายใจไปแล้วจิตหนีไปคิด คอยรู้ทัน ทำตรงนี้ให้ได้
หายใจไปแล้วจิตหนีไปคิด คอยรู้ทันๆ จิตจะเป็นผู้รู้ขึ้นมา
พอจิตเป็นผู้รู้แล้วจะดูกายดูใจก็ดูไปเลย ไม่ต้องไปเข้าฌานก็ได้
อริยสัจแห่งจิต
"จิตที่ส่งออกนอก เป็น สมุทัย
ผลอันเกิดจากจิตที่ส่งออกนอก เป็น ทุกข์
จิตเห็นจิตอย่างแจ่มแจ้ง เป็น มรรค
ผลอันเกิดจากจิตเห็นจิตอย่างแจ่มแจ้ง เป็น นิโรธ"
จิตใจของเรามีคุณภาพระดับไหน
เราก็เห็นธรรมะระดับนั้น
ถ้าวันไหนจิตใจเราขุ่นมัว
โลกทั้งโลกจะขุ่นมัวไปหมด
วันไหนจิตใจเราเบิกบานแจ่มใส
โลกนี้เบิกบานแจ่มใสไปกับเราด้วย
ถ้าวันใดใจของเราพ้นจากความปรุงแต่ง
เราจะเห็นธรรมที่พ้นความปรุงแต่ง
นาทีทองในสังสารวัฏเล่ม 1 (กัณฑ์ที่ 1 - 5)
ถ้าเราสามารถรู้กายตามความเป็นจริง
รู้ใจตามความเป็นจริง รู้ซ๊ำแล้วซ๊ำอีก
ถึงจุดหนึ่งมันจะเกิดปัญญา มันจะเห็นความจริง
ปัญญาเป็นความเข้าใจ
จิตใจมันจะเข้าใจสภาวธรรมทั้งหลายนะ
ทั้งกายทั้งใจ ทั้งรูปทั้งนาม
ว่าเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา
ถ้าเข้าใจอย่างนี้ได้ ก็ปล่อยว่างได้
เมื่อปล่อยวางได้ ก็พ้นทุกข์ได้
จิตใจจะมีแต่ความสุขถาวรแล้วคราวนี้
การปฏิบัติจริงๆ กรอบของมันมีเท่านี้เอง
นาทีทองในสังสารวัฏเล่ม 2 (กัณฑ์ที่ 6 - 10)
เส้นทางนี้มีผู้ดำเนินมากมาย
องค์แรกคือพระพุทธเจ้า เส้นทางนี้ยังไม่ได้หายไป
เส้นทางนี้มีผู้ดำเนินสืบเนื่องต่อเนื่องมาไม่ขาดสาย
บางช่วงอาจจะทิ้งช่วงหายไปบ้าง
แต่ยังมีบัณฑิตท่านตามร่องรอยมาได้
ยังไม่ขาดช่วงไปนาน หลวงปู่มั่นมาตามร่องรอยไปได้
พวกเราก็ตามหลังมา เห็นรอยเท้าของท่านยังอยู่กัน
ยังไม่ถึงกับสูญหายไป เพราะฉะนั้นเราต้องรีบเดินตั้งแต่วันนี้
ถ้าช้ากว่านี้ ร่องรอยที่พระพุทธเจ้า
และร่องรอยที่ครูบาอาจารย์ทิ้งไว้หายไป
เราจะลำบาก จะร่อนเรระเหระหน ลำบากมากในสังสารวัฏนี้
นาทีทองในสังสารวัฏเล่ม 3 (กัณฑ์ที่ 11 - 15)
ศัตรูของการรู้สึกกายรู้สึกใจมี 2 อย่าง
อย่างที่หนึ่งคือใจลอยไป เผลอไป อย่างที่สองคือเพ่งเอาไว้
ถ้าเพ่งกายเพ่งใจ กายก็นิ่ง ใจก็นิ่ง ผิดความเป็นจริง
ความเป็นจริงของกายนี้ใจนี้คือต้องเป็นไตรลักษณ์
ต้องไม่เที่ยง ไม่ใช่นิ่ง ไม่ใช่เที่ยง
ถ้าเพ่งเก่งๆ ก็รู้สึกมีความสุข
แต่ความเป็นจริงคือกายนี้ใจนี้เป็นทุกข์
ถ้าเพ่งเก่งๆ ก็รู้สึกว่ากูเก่ง กูบังคับได้
ทั้งๆ ที่ความเป็นจริงนั้น เราบังคับไม่ได้ ไม่ใช่ตัวเรา
นาทีทองในสังสารวัฏเล่ม 4 (กัณฑ์ที่ 16 - 20)
อริยสัจ ความจริงของพระอริยะ
รอยเท้าของสัตว์ทั้งหลายรวมลงในรอยเท้าช้างได้ฉันใด
ธรรมทั้งหลายทั้งปวงรวมลงในอริยสัจได้ฉันนั้น
รวบรวมธรรมที่ง่ายต่อการเข้าใจและปฏิบัติ ในหนังสือประมวลธรรมเทศนา เล่ม 3
เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มปฏิบัติ
หลักของการเจริญวิปัสนา คือให้มีสติ
รู้รูปธรรม นามธรรม
ตามความเป็นจริง
ด้วยจิตที่ตั้งมั่น และเป็นกลาง
จิตตสิกขา และ อริยสัจ
ความจริงที่ต้องเรียน
กิจที่ต้องทำ
จิตหลงไปคิดแล้วก็รู้
ขณะที่รู้นี่แหละจิตจะตั้งมั่น
ที่นี่หลวงพ่อจะเน้นสอนเรื่องการปฏิบัติให้ หลักของ
การปฏิบัติเราก็ต้องรู้ว่า เราจะปฏิบัติอะไร ปฏิบัติเพื่อ
ปฏิบัติอย่างไร ปฏิบัติแล้วได้ผลเป็นอย่างไร ต้อง
ตอบได้ชัดเจน
พวกเราต้องเรียนหลักของการปฏิบัติให้แม่นๆ นะ
และเราต้องทำด้วยตนเอง ชาวพุทธเราไม่มีของฟรีหรอก
ทุกอย่างอยู่ในเรื่องของกฏแห่งกรรม ใครทำคนนั้นก็ได้
ไม่ทำก็ไม่ได้ ทำแบบไหนก็ได้แบนั้น ทำชั่วก็ได้รับผล
ของความชั่ว ทำดีก็ได้รับผลของความดี รักษาศีลก็ได้รับ
ผลของศีล ทำทานก็ได้รับผลของทาน ทำสมถะได้ความสุข
ได้ความสงบ ได้ความดี ทำวิปัสสนาได้ปัญญาเห็นความ
จริง เพราะฉะนั้นต้องทำให้ตรง
ประมวลธรรมเทศนา เล่ม 3
รวบรวมและเรียบเรียงจัดหมวดหมู่ธรรมเทศนาต่อจากเล่ม 2
ต่อมาอีกประมาณหนึ่งปี จนถึงกลางปี 2553

เลือกโหลด PDF ที่รวมอยู่ในไฟล์เดียวขนาดใหญ่ 4.5 M
Pramountam3.pdf

หรือเลือกโหลด PDF ที่แบ่งออกเป็น 6 ไฟล์เล็กๆ เพื่อง่ายต่อการโหลด และเปิดอ่าน
Pramountam3.p.001-009.pdf
Pramountam3.p.010-051.pdf
Pramountam3.p.052-203.pdf
Pramountam3.p.204-219.pdf
Pramountam3.p.220-321.pdf
Pramountam3.p.322-368.pdf
ประมวลธรรมเทศนา เล่ม 2
รวบรวมและเรียบเรียงจัดหมวดหมู่ธรรมเทศนาต่อจากเล่มแรก
ต่อมาอีกประมาณหนึ่งปี จนถึงกลางปี 2552

Pramountam2.pdf
ประมวลธรรมเทศนา
รวบรวมและเรียบเรียงจัดหมวดหมู่ธรรมเทศนาจากแผ่น CD
ธรรมเทศนาที่สวนโพธิญาณอรัญวาสี เมื่อ 6 เมษายน 2545
จนถึงธรรมเทศนาที่วัดสวนสันติธรรม แผ่นที่ 23
และธรรมเทศนา ณ ศาลาลุงชินอีก 20 กว่าครั้ง


เลือกโหลด PDF ที่รวมอยู่ในไฟล์เดียวขนาดใหญ่ 7.62 M
pramountam.pdf

หรือเลือกโหลด PDF ที่แบ่งออกเป็น 4 ไฟล์เล็กๆ เพื่อง่ายต่อการโหลด และเปิดอ่าน
pramountam_1.pdf
pramountam_2.pdf
pramountam_3.pdf
pramountam_4.pdf
เรื่องเรียบง่ายและธรรมดา
ที่เรียกว่าธรรมะ
ความอัศจรรย์ของธรรมะก็คือ ให้เราเรียนรู้ธรรมคู่
พอรู้แจ้งในธรรมคู่แล้ว เราจะรู้ธรรมหนึ่ง
พระธรรมเทศนาบางเรื่องในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม 2551 ณ วัดสวนสันติธรรม
ธรรมะจะเกิดประโยชน์สูงสุดได้ ก็เมื่อน้อมนำไปประพฤติปฏิบัติ
จนสามารถถอดถอนความทุกข์ออกจากจิตใจได้จริงๆ
ไตรสิกขา
สีลสิกขา, จิตสิกขา, ปัญญาสิกขา
บทเรียน 3 บทที่นำไปสู่ความรู้แจ้งอริยสัจจ์อันเป็นเนื้อแท้ของพระพุทธศาสนา
เอกายนมรรค
  • ทางของท่านผู้เป็นเอกคือพระพุทธเจ้า
  • ทางเอกไม่ใช่ทางสองแพร่งคือเป็นทางไปจากสังสารวัฏตัดตรงสู่พระนิพพาน
  • ทางเดียวที่จะนำผู้ปฏิบัติไปสู่มรรคผลนิพพาน
  • ทางที่บุคคลพึงไปผู้เดียว
  • ทางที่มีในธรรมวินัย(ศาสนา)นี้เท่านั้น
  • ทางที่ไปครั้งเดียวเมื่อถึงปลายทางแล้วไม่มีการย้อนกลับ
  • ทางที่แม้เบื้องต้นมีวิธีการปฏิบัติแตกต่างกันตามจริตนิสัยของบุคคล แต่ในเบื้องปลายก็ไปสู่พระนิพพานอันเดียวกัน
คำตอบของคำถาม
สำหรับการปฏิบัติแนวดูจิต
วิถีอันเรียบง่าย
สู่ความรู้แจ้ง
For You The Newcomer
A Simple and Ordinary Essay on Dhamma